การเลือกตู้สาขาโทรศัพท์ควรเริ่มจากจำนวนคู่สาย จำนวนเบอร์ภายใน รูปแบบการโทร และแผนการขยายระบบ ไม่ใช่เลือกจากจำนวนพอร์ตอย่างเดียว เพราะระบบโทรศัพท์องค์กรต้องใช้งานต่อเนื่องและเชื่อมกับ Network, Internet และอุปกรณ์ปลายทางหลายประเภท
วิธีเลือกตู้สาขาโทรศัพท์ให้เหมาะกับองค์กร
1. ประเมินจำนวนสายนอกที่ต้องใช้งาน
โดยพิจารณาจำนวนคู่สายตามความต้องการ ในช่วงเวลาสูงสุดของการใช้งาน เช่น มีการติดต่อสายนอกเข้ามาพร้อมๆกัน เป็นจำนวนมาก ก็ต้องเลือกจำนวนสายนอกให้พอดีกับความต้องการ เช่น 4 สายนอก 8 สายนอก เป็นต้น
2. ประเมินจำนวนสายในของแต่ละแผนก
ต้องมีการวางแผนและสำรวจความต้องการว่าต้องใช้กี่คู่สาย กี่เบอร์ มีแผนกอะไรบ้าง เพื่อการระบุจำนวนแผงสายในของตู้สาขาโทรศัพท์ และการออกแบบเบอร์ภายใน
3. เลือกประเภทตู้สาขา Analog, Digital หรือ IP-PBX
ก่อนการติดตั้งจำเป็นต้องมีการวางแผนว่าจะใช้ระบบแบบไหน ถึงจะเหมาะกับองค์กรมากที่สุด หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกระหว่างระบบแบบเดิมกับระบบผ่านเครือข่าย สามารถอ่านบทความ PABX กับ IP-PBX ต่างกันอย่างไร เพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ และดูรายละเอียด บริการวางระบบตู้สาขาโทรศัพท์สำหรับองค์กร เพื่อวางแผนการติดตั้งให้เหมาะกับหน้างานจริง
4. ตรวจคุณสมบัติเสริมและการเชื่อมต่อระบบอื่น
เทคโนโลยีของตู้สาขาโทรศัพท์นั้น มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน ทำให้ปัจจุบันตู้สาขาโทรศัพท์บางรุ่น สามารถทำงานได้หลากหลายขึ้นเช่น สั่งปิดเปิดไฟฟ้าในห้องพัก, ระบบประกาศเสียงตามสาย, ระบบควบคุมอุปกรณ์ป้องกันภัยต่างๆ เช่น กล้องวงจรปิด อุปกรณ์ตรวจจับเพลิงไหม้เป็นต้น ทั้งนี้ต้องทำการศึกษาคุณสมบัติของตู้สาขานั้นๆให้ดีก่อน
เมื่อประเมินจำนวนคู่สาย ประเภทระบบ และฟังก์ชันที่ต้องการได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยออกแบบระบบให้เหมาะกับหน้างานจริง สามารถดูรายละเอียด ทีมติดตั้งตู้สาขาโทรศัพท์ IP-PBX พัทยา ชลบุรี ระยอง ได้ที่นี่
ต้องการออกแบบระบบตู้สาขาโทรศัพท์
SystemsConnect ให้บริการสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง และปรับปรุงระบบโทรศัพท์องค์กร ดูรายละเอียดได้ที่ บริการติดตั้งตู้สาขาโทรศัพท์ PABX และหากต้องใช้งานร่วมกับระบบ IP-PBX ควรวางแผนร่วมกับ ระบบ Network เพื่อให้เสียงคมชัดและลดปัญหาสายหลุด

